เบตง มงคล ทัวร์ไทยช่วยไทย
11-14 มิถุนายน 2569
18-21 มิถุนายน 2569
20-23 มิถุนายน 2569
03-06 กรกฎาคม 2569
09-12 กรกฎาคม 2569
16-19 กรกฎาคม 2569
13-16 สิงหาคม 2569
20-23 สิงหาคม 2569
27-30 สิงหาคม 2569
03-06 กันยายน 2569
10-13 กันยายน 2569
17-20 กันยายน 2569
24-27 กันยายน 2569
ทัวร์เบตง เบตง Betong
เบตง มงคล ทัวร์ไทยช่วยไทย
ขอพรหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวปัตตานี
ชมมัสยิดกลางปัตตานี ที่ได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย
H I G H L I G H T !! เ บ ต ง ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง
ชมหาดสมิหลา เมืองเก่าสงขลา สักการะกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินหาดใหญ่ - เมืองปัตตานี - ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว – ชุมชนกือดาจีนอ – มัสยิดกลางปัตตานี - มัสยิดกรือเซะ - เมืองเบตง - ถ่ายรูปกับป้ายโอเคเบตง (-/L/D)
04.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ ชั้น 4 โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ
คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คเอกสารและสัมภาระก่อนการเดินทาง
07.10 น. ออกเดินทางสู่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยสายการบิน THAI VIETJET เที่ยวบินที่ VZ320
08.40 น. ถึง สนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากนั้นนำท่านขึ้นรถตู้ เดินทางสู่ จังหวัดปัตตานี (ใช้เวลาในการเดินทาง
ประมาณ 2 ชั่วโมง) ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนบนรถ
*** เที่ยวบินหรือเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้กำหนด ***
ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน เนื่องจากเป็นตั๋วกรุ๊ป การจัดที่นั่งจะเป็นระบบ RANDOM ที่นั่งอาจจะไม่ได้นั่งติดกัน ทางบริษัทไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบินเป็นผู้กำหนด
นำท่านสักการะขอพร ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หรือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง ศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองปัตตานีมาแต่สมัยโบราณ ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ สักการะบูชาเพื่อให้ประสบความสำเร็จขอโชค ขอลาภ การค้าขาย หรือแม้แต่ใครเจ็บป่วย ได้รับความเดือดร้อน ประการใด หากได้มาขอพร บนบาน กับเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ก็จะหายเจ็บหายป่วยพ้นจากความเดือดร้อน
บริเวณใกล้กันท่านจะได้สัมผัสกับ ชุมชนกือดาจีนอ ย่านนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวไทยเชื้อสายจีน ทำให้ชุมชนนี้มีความโดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม อยู่ในพื้นที่ของถนน 3 เส้น คือ ถนนอาเนาะรู ถนนปัตตานีภิรมย์ และถนนฤาดี ซึ่งความโดดเด่นนั้นจะอยู่ที่ ตึกเก่าสไตล์ชิโนโปตุกีส รวมไปถึงอาคารบ้านเรือนไม้ อายุเก่าแก่กว่าร้อยปี
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน
นำท่านถ่ายรูป มัสยิดกลางปัตตานี ตั้งอยู่ที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็น สถานที่ท่องเที่ยวประจำเมืองปัตตานีที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามมีความโดดเด่น และยังเป็นศาสนสถานศูนย์รวมจิตใจของผู้นับถือศาสนาอิสลามในภาคใต้ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง รูปทรงภายนอกของมัสยิดมีต้นแบบมาจากทัชมาฮาล เป็นสถานที่เมื่อมาถึงปัตตานี ต้องมาชมศิลปะและความสวยงามของตัวอาคาร มัสยิดแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดอีกแห่งในประเทศไทยอีกด้วย
ชม มัสยิดกรือเซะ สร้างในรัชสมัยสุลต่านมูซัฟฟาร์ ซาร์ เจ้าเมืองปัตตานี สร้างจากอิฐ เสาทรงกลม และประตูรูปโค้งแหลม โดยออกแบบโดยซัยคซอฟียุดดีน อัลอิสมอิมาส อูละมะอะ แห่งปอเนาะ กรือเซะ เรื่องราวของมัสยิดแห่งนี้ยังมีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับนางลิ้มกอเหนี่ยว ที่เดินทางมาตามหาพี่ชายลิ้มโต๊ะเคี่ยม ผู้ได้รับมอบหมายให้สร้างมัสยิด แต่เขาตัดสินใจไม่กลับไปด้วยกัน ทำให้ลิ้มกอเหนี่ยวเสียใจจนแขวนคอตายและสาปแช่งให้มัสยิดไม่สำเร็จ สร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ กระทั่งเมื่อการก่อสร้างถึงยอดโดม ฟ้าผ่าทำให้โดมพังทลาย และทุกครั้งที่มีการสร้างขึ้นใหม่ก็ถูกฟ้าผ่าทำลายจนกลายเป็นตำนานของมัสยิดที่ยังคงสร้างไม่เสร็จจนถึงทุกวันนี้
เดินทางเข้าสู่ เมืองเบตง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นเมืองที่งดงาม ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาและทุ่งหญ้าเขียวขจี ความเงียบสงบที่รายล้อมทำให้ที่นี่กลายเป็นที่หลบซ่อนสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความธรรมชาติ วัฒนธรรมไทย-มลายู ท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนที่ไหน การเดินทางที่น่าตื่นเต้นผ่านเส้นทางคดเคี้ยวและทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับเมืองนี้
นำท่านแวะถ่ายรูป ป้าย OK BETONG จุดเช็คอินที่คอยตอนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองในหมอกดอกไม้งาม
เย็น บริการอาหารเย็น
ที่พัก โรงแรมเบตง หรือเทียบเท่ามาตรฐานเมืองเบตง
วันสอง วัดพระโพธิสัตว์กวนอิม - วัดพุทธาธิวาส - ถ่ายรูปกับป้ายใต้สุดแดนสยาม - ร้านรังนกและร้านสมุนไพร - อุโมงค์ปิยะมิตร - สวนหมื่นบุปผา - บ่อน้ำร้อนเบตง - อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ - ตู้ไปรษณีย์เบตง - หอนาฬิกา -
สตรีทอาร์ต (-/L/-)
เช้า เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวเบตง อิสระอาหารเช้าตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ วัดพระโพธิสัตว์กวนอิม สถานที่ศักสิทธิ์และแหล่งศรัทธาของชาวเบตง เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพ อาทิ เจ้าแม่กวนอิม ท่านแป๊ะกง ท่านกวงกง เจ้าแม่จิวหวังเหย่ ยี่หวังต้าตี้ หวาโถ่วเซียนซื่อ ขงจื๊อ มีจุดเด่นคือเจดีย์ 7 ชั้นอันโดดเด่น สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2509 โดยผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคเงิน มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียที่เลื่อมใสศรัทธาเดินทางมาสักการะขอพรด้านการมีบุตรและโชคลาภ
จากนั้นเดินทางไป วัดพุทธาธิวาส ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขา สักการะพระธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศสีทองเป็นศิลปกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์สวยงามมาก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และกราบขอพรพระพุทธธรรมกายมงคลประยุรเกศานนท์สุพพิธาน พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงปู่ทวดเหยียบทะเลน้ำจืดให้ท่านได้กราบขอพร อิสระถ่ายรูปตามอัธยาศัย
เช็คอิน ถ่ายรูปคู่ป้ายใต้สุดแดนสยาม เป็นที่ระลึกตั้งอยู่บริเวณชายแดนปลายสุดถนนทางหลวงหมายเลข 410 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นแนวเขตแดนระหว่างอำเภอเบตง กับรัฐเปรัคประเทศมาเลเซีย มีเอกลักษณ์ลายเส้นแผนที่ประเทศไทยสีทองโดดเด่นสลักบนป้ายหินอ่อน รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและไม้ดอกไม้ประดับอันงดงาม จากนั้นแวะ ร้านรังนกและร้านสมุนไพร เลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากตามอัธยาศัย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน
นำท่านเดินทางสู่ อุโมงค์ปิยะมิตร เป็นอุโมงค์ดินประวัติศาสตร์ที่อดีตขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สร้างขึ้นสำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง แต่ต่อมาได้กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 มีความยาวของอุโมงค์ประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้หลบการโจมตีทางอากาศและสะสมเสบียง เมื่อเดินออกมาภายนอกอุโมงค์ก็จะพบทั้งป่าไม้และลำธารที่สะอาดและสดชื่น รวมถึงจะพบกับต้นไทรยักษ์ที่มีขนาดลำต้นสูงใหญ่มาก วัดเส้นรอบวงได้ประมาณ 60.8 เมตร ความสูงกว่า 40 เมตร บริเวณโคนต้นมีพูพอนแผ่รากสวยงาม ทำให้ลำต้นดูเก่าแก่โบราณ ทางชุมชนจึงเรียกว่า ต้นไม้พันปี ซึ่งต้นไทรยักษ์นี้เคยเป็นต้นไม้อำพรางทางเข้าอุโมงค์ปิยะมิตร ถือเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ทางการเมือง และได้รับการจัดให้เป็น รุกขมรดกของแผ่นดิน อีกหนึ่งไฮไลต์ของการเที่ยวอุโมงค์ปิยะมิตร
จากนั้นนำท่านชม สวนหมื่นบุปผา หรือ สวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ เนื่องจากเบตงมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ด้วยสภาพภูมิประเทศที่อยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางราว 800 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ระบบน้ำเพียงพอ จึงมีความเหมาะสมกับการปลูกไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด ท่ามกลางภูเขาในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีดอกไม้นานาพันธุ์บานสะพรั่ง เชิญชมความสวยงามของดอกไม้ที่ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถวและสัมผัสกับสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าพื้นที่อื่นของภาคใต้
เดินทางถึง บ่อน้ำร้อนเบตง บ่อน้ำร้อนธรรมชาติขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ โดยจะมีน้ำร้อนผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย อุณหภูมิของน้ำอยู่ที่ประมาณ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งตรงจุดที่มีน้ำเดือดนี้ สามารถต้มไข่ไก่ได้จนสุกภายใน 10 นาที ซึ่งแต่ละโซนออกแบบอย่างได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะ ทั้งบ่อน้ำร้อนบ่อใหญ่ บ่อแช่น้ำร้อนใหม่ และอาคารธาราบำบัด โดยเชื่อกันว่าน้ำแร่แห่งนี้ สามารถบรรเทารักษาโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อาทิ โรคปวดเมื่อย โรคเหน็บชา โรคผิวหนัง เป็นต้น
จากนั้น นำท่านแวะถ่ายรูปกับอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ เป็นอุโมงค์รถยนต์ลอดภูเขาแห่งแรกของเมืองไทย ที่ขุดทอดโค้งให้รถวิ่งไป-มาก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาวตลอดอุโมงค์ ประมาณ 273 เมตร ได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1มกราคม 2544 นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถถ่ายรูปกับรูปปั้นไก่เบตงที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับปากอุงโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ซึ่งไก่เบตงนอกจากจะเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองเบตงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของอำเภอเบตง
จากนั้นนำท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณ ตู้ไปรษณีย์แห่งอำเภอเบตงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลก ตู้เดิมตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จุดประสงค์ที่สร้างไว้ในครั้งแรกก็เพื่อใช้เป็นที่กระจายข่าวสารบ้านเมืองให้ชาวเมืองเบตง ใกล้กันเป็น หอนาฬิกาคู่บ้านคู่เมืองอำเภอเบตง ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่อยู่เคียงคู่กับเมืองเบตงมาช้านาน เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ที่ตั้งอยู่จุดศูนย์กลางของเมือง สร้างด้วยหินอ่อนขาวนวลอันเลื่องชื่อจากยะลาที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของความแข็งแรง สวยงามและคงทน อิสระให้ท่านเก็บภาพที่ระลึกตามอัธยาศัย สตรีทอาร์ตเบตง แลนด์มาร์คกลางเมืองเบตง ที่เล่าขานตำนานเบตงผ่านภาพวาดรอบเมือง เพื่อสร้างความประทับใจให้ชาวเบตงและนักท่องเที่ยว
เย็น อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรมเบตง หรือเทียบเท่ามาตรฐานเมืองเบตง
วันสาม ชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง (SKY WALK) – สะพานแตปูซู – จุดชมวิวอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง – วัดช้างให้ – ตลาดกิมหยง – เมืองหาดใหญ่ (B/L/-)
05.00 น. เดินทางสู่ จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยอดฮิตของเบตง อยู่ในพื้นที่ของเขาไมโครเวฟ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,038 เมตร เป็นทะเลหมอกที่ใหญ่และสวยงาม ในช่วงเวลาเช้าจุดชมวิวแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์บนดินเปิดให้นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มกับทะเลหมอก สัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์และทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาไมโครเวฟ (ทั้งนี้ความหนาแน่นของหมอกขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ) อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับการชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ก็คือ สกายวอล์ค ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ระเบียงทางเดินที่ยื่นออกไปจากฐานมีความยาวรวม 63 เมตร ส่วนปลายเป็นระเบียงชมวิวพื้นกระจกใสที่สามารถมองทะลุลงไปได้ถึงพื้นเบื้องล่าง สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง และวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทิวทัศน์ของทะเลหมอกอัยเยอร์เวงอันสวยงามสุดอลังการ (ราคาทัวร์ไม่รวมค่ารถขึ้นลงจุดชมวิวและค่าถุงผ้าสวมรองเท้าเดินบนสกายวอร์ค)
เช้า รับประทานอาหารเช้า
แวะถ่ายรูป สะพานแตปูซู สะพานแขวนแบบพื้นไม้ มีความกว้าง 1.8 เมตร ยาวกว่า 100 เมตร ข้ามแม่น้ำปัตตานี สร้างมาตั้งแต่สมัยอดีตกำนันตำบลอัยเยอร์เวง นายมูเซ็ง แตปูซู
ระหว่างทางแวะ จุดชมวิวสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง หรือสะพานโต๊ะกูแช อีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนและชมวิวทิวทัศน์ภูเขาที่โอบล้อมเขื่อนบางลาง ให้ท่านได้ชมวิว สูดอากาศสดชื่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย
เดินทางถึงวัดช้างให้ วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียง วัดต้นตำรับของหลวงปู่ทวด กราบสักการะหลวงปู่ทวด สถูปหรือมณฑปบรรจุอัฐิหลวงพ่อทวด วัดช้างให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของจังหวัด ที่มีผู้คนไปกราบไหว้บนบานใครเจ็บไข้ได้ป่วยหรือวัตถุสิ่งของถูกขโมยหรือสูญหายก็พากันไปบนบาน ณ ที่สถูปแห่งนี้
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน
นำท่านเดินทางสู่ หาดใหญ่ (สงขลา) ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชม. ให้ท่านได้อิสระพักผ่อนบนรถ เดินทางถึง ตลาดกิมหยง ตลาดขายของฝากและของที่ระลึกขนาดใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ ตั้งอยู่บนอาคารสองชั้น ริมถนนละม้ายสงเคราะห์ ชั้นบนเป็นร้านขายสินค้า ชั้นล่างเป็นตลาดขายของแห้ง เดิมอาคารแห่งนี้เคยเป็นโรงภาพยนตร์ ชื่อ โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย ชื่อตลาดกิมหยง มาจากชื่อเต็มว่า "ตลาดชีกิมหยง" เป็นชื่อของคหบดีชาวจีนชื่อ ชีกิมหยง และภรรยาชื่อละม้าย เจ้าของที่ดินแต่เดิม ให้ท่าน อิสระช้อปปิ้งสินค้าของฝากนานาชนิด เช่น ขนม ของทานเล่น ผลไม้อบแห้ง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอื่นๆอีกมากมายตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย
เย็น อิสระรับประทานอาหารเย็น
ที่พัก โรงแรมหาดใหญ่ หรือเทียบเท่ามาตรฐานเมืองหาดใหญ่
วันสี่ เมืองหาดใหญ่ - เมืองสงขลา – สวนสองทะเล - อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ - หาดสมิหลา – ย่านเมือง เก่าสงขลา(ศาลหลักเมืองสงขลา,ศาลเจ้าพ่อกวนอู,ประตูเมืองสงขลา,โรงสีแดง หับ โห้ หิน) - สนามบินหาดใหญ่ – สนามบินสุวรรณภูมิ (-/-/-)
เช้า เพื่อให้ท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศวิถีชีวิตท้องถิ่นของชาวหาดใหญ่ อิสระอาหารเช้าตามอัธยาศัย
นำท่านเดินทางสู่ เมืองสงขลา เป็นศูนย์กลางการบริหารและการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย เป็นเมืองท่าโบราณที่โดดเด่นด้วยย่านเมืองเก่าสงขลา เป็นแหล่งเรียนรู้ สถาปัตยกรรม วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่โดยผ่านจิตรกรรมฝาผนังของอาคารบ้านเรือน เพื่อสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่น
นำท่านเที่ยวชม สวนสองทะเล เป็นแลนด์มาร์คริมฝั่งเมืองสงขลา ตั้งอยู่ปลายแหลมสนอ่อน ในอำเภอเมืองสงขลา เป็นสวนสาธารณะที่มีการดัดแปลงมาจากพื้นที่ของป่าสนมาเป็นอุทยาน ที่มีความร่มรื่น รวมทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นได้ทั้ง2ฝั่งทะเล คือ ทะเลสาบและทะเลอ่าวไทย ไฮไลท์ที่สำคัญคือ เศียรของพญานาค ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นความสิริมงคลแก่เมืองสงขลา สำหรับส่วนหัวนี้ จะหมายถึง "สติปัญญาอันเป็นเลิศของชาวสงขลา" ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2549 จากนั้น นำท่านสักการะ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า “เสด็จเตี่ย” เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในภาคใต้ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2530 เพื่อให้ชาวเรือได้สักการะบูชาก่อนออกไปประกอบอาชีพในทะเล เพราะมีความเชื่อว่าท่านจะช่วยเหลือให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายจากพายุและเพศภัยต่างๆ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่
หาดสมิหลา อิสระกับการถ่ายภาพริมหาด และยังมีสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงคือ รูปปั้นนางเงือก ที่สร้างมาแล้วกว่า 50 ปี
กลางวัน อิสระรับประทานอาหารกลางวัน
นำท่านชมย่านเมืองเก่าสงขลา มีอายุยืนยาวกว่า 200 ปี มีถนนที่สำคัญด้วยกันอยู่ 3 สาย คือ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2385 โดยมรสถาปัตยกรรมแบบจีนดังเดิมและมีการประดับด้วยลวดลายมังกรและโคมไฟจีน ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสงขลา นิยมมาไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ศาลเจ้าพ่อกวนอู ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าสงขลา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2538 ที่มีความศรัทธาต่อเทพเจ้ากวนอู เทพผู้มีความจงรักภักดี กตัญญูรู้คุณ มีคุณธรรม และซื่อสัตย์เป็นเลิศ
นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูเก่าเมืองสงขลา ที่มีการเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2379 ในสมัยรัชกลาที่3 โดยประตูเมืองเก่าสงขลามีการสร้างในสไตล์แบบจีนที่มีหลังคาและหอรบ
ชมโรงสีแดง หับ โห้ หิน แต่เดิมเป็นโรงสีข้าวอยู่บริเวณริมทะเลสาปสงขลา ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนเรียนรู้ให้กับผู้คนที่มาเยี่ยมชมที่นี่ เพื่อที่จะได้รู้ถึงประวัติความเป็นมา และวัฒนธรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินหาดใหญ่
21.50 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน THAI VIETJET เที่ยวบินที่ VZ329
23.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ.